หากมีปาฏิหาริย์ขอพรได้ในวันนี้
ฉันขอให้เธอเป็นเหมือนกัน
แต่ในเมื่อปาฏิหาริย์ไม่มีจริง
สิ่งที่ฉันจะทำได้ก็คงเป็นเพียงแค่
ขอมองเธออยู่ห่าง ๆ อย่างนี้ก็พอ
ยิ้มให้ฉันบ้างสักวันละครั้งยังดี
แต่ได้โปรดอย่ามองนาน ๆ
เพราะฉันอ่อนไหวกับสายตาแบบนั้น
ฉันอาจเป็นคนนิ่งเฉยและเฉยชา
แต่ใบหน้าเธออาจทำก้อนหินอย่างฉัน
แหลกสลายกลายเป็นเพียงแค่เม็ดทราย
ฉันอาจดูเหมือนก้อนหินแข็งแกร่ง
แต่ที่แท้ใจฉันกลับเหมือนก้อนดินก้อนหนึ่ง
ที่กำลังจะถูกสายน้ำนิ่ง ๆ อย่างเธอ
พัดให้ไหลไปทิศทางใดก็ได้
ฉันไม่อยากเป็นเม็ดทรายและเศษดิน
ที่ถูกเธอทิ้งขว้างให้เดียวดายอยู่ใต้พื้นน้ำ
ฉันขอมองดูสายน้ำใสใส
จากพื้นดินไกล ๆ ตรงนี้จะดีกว่า

*--------------------------------------------------------*
แวะมา Edit เพลงนิดนึง เพลงนี้มาจากหนังเรื่อง Imagine Me& You
The Way You Look At Me
I never know what you see
but there's somethin' in the way you look at me
*--------------------------------------------------------*
**วันนี้มีเรื่องราวที่อยากเล่ามากมายเกี่ยวกับเธอ **
ไม่ได้บังคับให้ท่านผู้อ่านรับรู้ และอดทนอ่าน เรื่องราวยาว ๆ
เราเองแค่อยากระบายและอยากมีคนรับฟัง
เพื่อนๆ จะอ่านเฉพาะข้างบนก็ได้ไม่ว่ากันค่ะ
*--------------------------------------------------------*
ก่อนอื่นต้องขอโทษเธอก่อนที่แอบเอาเรื่องเธอมาเล่า โดยไม่บอกกล่าว
*--------------------------------------------------------*
เรื่องราวเกิดขึ้นจากความเพ้อฝันของฉันเมื่อคืน ไม่รู้ว่าคิดถึงเธอมากเกินไปรึเปล่า แต่ฉันพยายามไม่คิดแล้วนะ แต่ก็ฝันถึงเธอจนได้ ความฝันบ้า ๆ บอ ๆ ของฉันคือ ฉันฝันว่าเรารู้จักกันมากกว่าเพื่อน เป็นแฟนกันว่างั้นเถอะ ฉันกอดเธอ เธอกอดฉัน เป็นความรู้สึกที่เหมือนตามหามาตลอด สายตานั้นฉันเห็นมันชัดมาก เหมือนความจริงมาก จนฉันหลงไปกับความฝันบ้า ๆ นั้น ไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหนกับเรื่องราวดี ๆ ฉันรู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว.... ใช่นั่นมันก็แค่ความฝัน
วันนี้เราได้เรียนด้วยกัน ในวิชาการคิดและการตัดสินใจ ฉันเดินเข้ามาในห้องก็เห็นแต่เพื่อนเธอ ก็เลยคิดไปว่าสงสัยฝนตกเธอคงไม่มาเรียน ฉันกับเพื่อนก็เลยเลือกที่นั่งไปตามปกติ แต่พอมองไปรอบ ๆ ห้อง เธอกลับนั่งอยู่แถวหน้าฉันถัดไปไม่ถึงเมตร มองตอนแรกไม่คิดว่าเป็นเธอ เพราะผมเธอเหมือนจะเปียก ใส่เสื้อแขนยาวสีชมพู กระเป๋าก็เปลี่ยน รองเท้าก็เปลี่ยนคู่ และเธอใส่กระโปรงกลีบรอบมาเรียน ซึ่งมันไม่แปลกที่ฉันไม่เห็นเธอ
จนเธอหันมานั่นแหละฉันถึงได้แน่ใจ ยิ่งมองใกล้ๆ เธอยิ่งชวนให้หลงใหล แต่ใบหน้าเธอวันนี้ดูอ่อนระโหยโรยแรงยิ่งหนัก ตาก็เหมือนคนเพิ่งตื่น สรุปคือเหมือนเธอไม่สบาย เธอเอียงหน้าหันมาพูดกับเพื่อนข้าง ๆ บ่อย ๆ ทำให้เราได้พลอยเห็นเหน้าเธอไปด้วย
แต่ที่เราแปลกใจคือ เธอชอบมองเพื่อนเรามากกว่า คนที่เป็นดี้นั่นแหละ แบบว่าวันที่ฉันรู้จักชื่อเธอ เธอก็คุยกับเพื่อนฉันก่อน และเพื่อนเราออกไปหน้าห้อง คนเค้าก็สงสัยกันว่า นั่นกะเทยรึเปล่า (เพื่อนเราสวยเอ๊กซ์ แต่เสียงใหญ่นิดหน่อย คนเลยชอบมองว่าเป็นกะเทย) ฉันเลยพูดแซว ๆ ไปว่า เพื่อนเค้าเป็นกระเทย เธอก็หันมาถามฉันกับเพื่อนอีกคนว่า ไม่เชื่อหรอก อย่ามาอำ ฉันก็ยืนกรานไปว่า มันเป็นกะเทย ทำเอางงกันไปทั้งห้องเลย เธอก็หันมาทำหน้าตาสงสัยอีกครั้ง
อาจารย์กำลังจะบอกคะแนนสอบ ฉันกับเพื่อนไม่แน่ใจว่าทำข้อสอบชุดไหน ก็เลยเถียงกัน เธอเลยหันหน้ามาบอกว่า ทำชุด B เพราะเธอลอกฉันกับเพื่อนที่ได้ข้อสอบชุดเดียวกัน หันมาก็ยิ้ม พอเพื่อนฉันกลับมาจากหน้าห้อง เธอเลยถามเพื่อนฉันว่า เพื่อนบอกว่าตัวเองเป็นกะเทย เพื่อนฉันก็เลยยิ้ม เห็นม๊ะ โกหก ดูทำหน้าตา โกหกได้นิ่งมาก คนอะไรชอบพูดโกหก แล้วก็มาทำหน้าตาทะเล้นใส่อีก คำพูดนั้นทำฉันแทบหยุดหายใจ ไม่กล้ากลืนน้ำลาย สะดุดเลย เพราะเธอกำลังจ้องหน้าฉันอยู่ สายตาที่เหมือนคนเป็นไข้ ตาลอย ๆ นั้น เหมือนยิ่งดึงดูดฉันให้เข้าไปหา ฉันเอ่ยปากเถียงอะไรไม่ออก ได้แต่ยิ้ม โธ่... คำว่า คนอะไรชอบพูดโกหก คำนี้ทำฉันแทบน้ำตาซึม มันเป็นคำพูดของคนที่ฉันเคยรักและผูกพันซะมากมาย ทำไมต้องพูดคำนี้ ทำไมเหตุการณ์ถึงต้องนำพาให้เธอพูดคำที่เสียดแทงหัวใจฉันอย่างนี้....
เธอหยิบกระเป๋าตังค์ออกมา แล้วสายตาอันรวดเร็วของฉันก็มองไปพอดี ไม่หรอก ฉันไม่ได้มองคนอื่นต่างหาก ทุกอิริยาบถของเธออยู่ในสายตาฉันตลอด และเหมือนเธอเองก็รู้และเหมือนจงใจให้ฉันแอบเห็น หรือไม่ฉันก็ตาไวเอง
แล้วสิ่งที่ฉันเห็นคือ รูปใบนึงที่อยู่ในช่องใส่รูป เป็นรูปเธอถ่ายกับผู้หญิง ซึ่งฉันก็ไม่รู้หรอกว่าใครเห็นไม่ชัด แค่รู้ว่าเป็นผู้หญิงสองคน มันเป็นข้อสันนิฐานได้หลายทาง
1. เธอถ่ายรูปกับเพื่อน ซึ่งนั่นหมายถึงเธอเป็นคนติดเพื่อน
2. นั่นไม่ใช่รูปผู้ชาย ซึ่งปกติแล้วคนมีแฟนก็น่าจะใส่รูปแฟน และคนน่าตาสวย ดูดีขนาดนั้นจะไม่มีแฟนมันเป็นไปไม่ได้
3. เธออาจถ่ายกับแม่ , พี่สาว หรือไม่ก็น้องสาว ซึ่งนั่นหมายถึงเธอเป็นคนติดครอบครัว
4. ถ้ารูปนั้นไม่ใช่คนในครอบครัวหรือไม่ใช่แค่เพื่อนล่ะ... มันจะเป็นไปได้เหรอ คงไม่หรอกมั๊ง แต่ถ้าเธอเป็นจริงล่ะ นั่นมันก็อาจหมายถึงฉันได้เจอคนที่ฉันควรจะเข้าหาแล้วก็ได้ แต่ไม่หรอกสวย ๆ อย่างงั้น..อย่าเลย
เกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดไป เพื่อนเราเอาสมุดมาแจก แบบว่าเสียงมันไม่ค่อยดัง เพื่อนก็คุยกันเสียงดัง มันเอ่ยขึ้นว่า กนกกร ก็ไม่มีใครขาน เราเลยช่วยเพราะเรานั่งกลางห้อง กนกกร....อยู่นี่ ใครจะคิดว่าคนที่ยกมือขานรับ คนนั้นนั่งอยู่ใกล้ๆ นั่นเอง ใช่แล้วนั่นแหละชื่อเธอ... โห..อายมาก ไม่เลยคิดว่าเป็นชื่อเธอ แล้วเพื่อนเธอกับเธอก็เลยยิ้ม แต่เพื่อนเธอน่ะสิชอบมองหน้าฉันบ่อย ๆ ถ้าเราไม่ยิ้มก็จะมองแบบหน้าตาเฉย ๆ นั่นแหละ ซึ่งสายตาเพื่อนเธอดูน่าเกรงขามไม่น้อยเลย อยากบอกว่าตอนนี้ตกใจมาก ไม่คาดฝัน ฉันนึกว่าเป็นชื่อเพื่อนอีกคนนึงมากกว่า เพื่อนเราก็เลยหัวเราะซะใจ แล้วก็บอกว่า อะไรจะสมพงศ์ขนาดนั้น แล้วก็หัวเราะชอบใจ แต่ก็แปลกที่เธอชอบมองหน้าเพื่อนฉันคนนี้มากกว่า ไอ้เพื่อนฉันก็นะ ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่เห็นผู้หญิงสวย ๆ ก็ชอบเหมือนกันนั่นแหละ แบบว่าภูมิใจไงที่มีคนสวยมอง ถ้าเธอเป็น...จริง ก็คงชอบเพื่อนฉันแล้วล่ะ....เหอเหอเหอ เพื่อนฉันได้แต่พูดปลอบ ๆ ไปว่า ไม่แน่นะ แบบว่าคุยผ่านเค้าไง จะได้ไม่น่าเกลียด แบบเนียน ๆ อาจจะอะไรกะแกได้ ขอให้จริงเถอะ สาธุ
แต่เธอในความคิดของฉันคือ เธอเป็นคนไม่ค่อยพูด ดูขรึม ๆ ดูเป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้หญิงที่ดูดี มีชาติตระกูล ดูนิ่ง ๆ เป็นคนสวยที่ไม่แรดนั่นแหละ ประมาณว่านิ่งจนผู้ชายบางคนอาจไม่กล้าเข้าหา เหมือนวางตัวดีอยู่เสมอ ถ้าเธอจะเป็น..จริงก็คงแมนอ๊ะนะ คิดไปเอง หุหุหุ
นี่แหละเรื่องราวที่ทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่เรื่อยๆ ในระยะเวลา 3 ชั่วโมง
แต่ก็อย่างที่บอกข้างบนนั่นแหละ เธอคงสวยดูดีเกินไป ฉันคงคิดมากไปเอง ฉันไม่อยากผิดหวัง เพราะงั้นฉันถึงไม่กล้าเข้าหาใครก่อน...
ภาวนาขอให้เธอเป็นเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าเธอคงไม่รังเกียจที่จะได้รู้จักกัน และเราคงมีโอกาส และฉันคงมีความมั่นใจและความกล้ามากกว่านี้...
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดลบรรดาลให้เธอเป็นเหมือนกันด้วยเถิด...สาธุ
โธ่..อะไรเนี่ย บอกแล้วไง ว่าอย่าคิดมาก ห้ามใจไว้ ห้ามไว้ ห้ามไว้.....
ฉันคิดถึงเธอนะ ณ ตอนนี้ฉันอาจจะบ้าไปแล้วจริงๆ แต่ฉันชอบเธอนะ และยังคิดถึงเธอตลอด ไม่รู้จะทำยังไง ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนี้ มากอย่างนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ รู้สึกกับเธอมากมายเกินไปรึเปล่า รึว่าเธอชอบผู้หญิงเหมือนกันจริง ฉันถึงได้รู้สึกเหมือนเจอกับอะไรบางอย่าง ที่ต้องการ แต่ก็ยังไม่กล้าค้นหา รู้สึกเหมือนฉันและเป็นเหมือนฉันเถอะนะ ได้โปรด
Editอีกรอบ ตอบแทค โดราเอ๊ะ! จาก คุณชาญ
สิ่งที่อยากได้ของวิเศษจากโดราเอ๊ะ 3 อย่างก็คือ
1. เครื่องหยุดเวลา แบบว่าเราเป็นคนตื่นเต้นง่าย เวลาจะทำอะไรถ้าตกใจก็จะคิดไม่ทัน เหมือนตอนโดนอาจารย์สุ่มถาม เราตกใจมากจนตอบอึก ๆ อัก ๆ แต่พอตอบอันนั้นไปแล้ว ถึงจะมาคิดได้ทีหลังว่าทำไมไม่ตอบดีกว่านั้น ถ้าหยุด Stop ได้สักแป๊บก็คงดี ก็นั่นแหละเพราะเวลามันเคยคอยใคร
2. กรรไกรตัดแล้วเป็นจริง มันก็คือกรรไกรที่เราสามารถตัดภาพอะไรก็ได้ พอตัดแล้วมันก็จะเป็นสิ่งของที่สามารถใช้งานได้จริง ๆ แบบว่าจะเหมาหนังสือที่มีรูปเยอะ ๆ อาทิเช่น รูปเงิน รูปรถ ประมาณเนี้ย
3. กล่องขอพรได้ไม่รู้จบ เอ่อ..อันนี้ไม่รู้ในกระเป๋าโดราเอ๊ะจะมีมั๊ยนะ แต่เราอยากได้ เหอะเหอะ สมองขี้โกงนิด ๆ นี่แหละเรา....
*--------------------------------------------------------*